วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562

อยากเปิดบริษัท ต้องทำอย่างไร?

การเปิดกิจการสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ บทความนี้ผู้เขียนขอนำท่านสู่การประกอบธุรกิจในรูปแบบของ "บริษัทจำกัด" กันนะครับ

การก่อตั้งบริษัท
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าบริษัทมีต้องบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (หากย้อนไปในอดีตต้องมีถึง 7 คนแหนะ) เข้าชื่อร่วมกันก่อตั้ง (เรียกว่า "ผู้เริ่มก่อการ"จัดทำหนังสือบริคณห์สินธิ) จากนั้นจะมีการเรียกให้ผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของบริษัทมาเข้าชื่อซื้อหุ้นกัน แลัวไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (ฟังดูเหมือนง่ายเนอะ)


สิ่งที่ผู้ร่วมก่อตั้งกิจการต้องเตรียมอะไรบ้าง
ผู้เขียนขออธิบายให้เข้าใจแบบง่าย ๆ เลยคือ
1. ทำการจองชื่อก่อน โดยเข้าไปในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าชื่อที่ท่านคิดสามารถนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้หรือไม่ อย่าลืม! การจองชื่อต้องใช้ชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามนะครับ
2. สำหรับรายละเอียดผู้เขียนขออธิบายในลักษณะผู้ประกอบการไปยื่นขอจดทะเบียนด้วยตนเอง (ไม่ได้จ้างสำนักงานบัญชี หรือสำนักอื่น) ซึ่งต้องเตรียมเอกสารในการจดทะเบียน ได้แก่
    2.1 คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (บอจ.1)
    2.2 แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด 
    2.3 หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
    2.4 รายการจดทะเบียนจัดตั้ง (บอจ.3)
    2.5 แบบวัตถุประสงค์ (แบบ ว.)
    2.6 รายละเอียดกรรมการ (แบบ ก.)
    2.7 ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ
    2.8 หลักฐานให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัท เพื่อประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    2.9 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
    2.10 สำเนาบัญชีรายชื่อผู้เข้าชื่อซื้อหุ้น หรือผู้รับมอบฉันทะในการประชุมให้ความเห็นชอบในกิจการที่ได้ประชุมจัดตั้งบริษัทพร้อมลายมือชื่อ
    2.11 สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
    2.12 สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
    2.13 สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้น
    2.14 กรณีบริษัทจำกัดมีผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทจำกัดไม่ถึงร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน หรือกรณีบริษัทจำกัดไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น แต่คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามหรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท ให้ส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยแต่ละรายประกอบคำขอจดทะเบียน โดยเอกสารดังกล่าวต้องแสดงจำนวนเงินที่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่นำมาลงหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละราย
    2.15 แบบแสดงรายการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัทฯ (สสช.1)
    2.16 แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป
    2.17 สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการ และกรรมการทุกคน 
    2.18 สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ
    2.19 หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนไม่สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ด้วยตัวเอง)

บริการของเรา
หาท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามมาได้ที่ 0639429535 (คุณโดม) ให้บริการด้านการจดทะเบียน
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
- จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- จดทะเบียนประกันสังคม

อ้างอิงข้อมูล
  •  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, 2562


วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562

"บริษัทจำกัด" แตกต่างกับ "ห้างหุ้นส่วน" อย่างไรบ้าง?

มีหลาย ๆ ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ บางท่านก็ดำเนินการในรูปของร้านค้าเจ้าของคนเดียว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อย ต้องการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ" นิติบุคคล" แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร บทความนี้ผมจะนำท่านเข้าสู่เนื้อหาเพื่อให้ท่านผู้ประกอบการหรือผู้ที่กำลังที่เริ่มทำธุรกิจได้มีความชัดเจนมากขึ้น

ก่อนอื่นท่านต้องเข้าใจก่อนว่า" นิติบุคคล" เป็นบุคคลหนึ่งตามกฎหมาย ที่ดำเนินการผ่านตัวแทน (กรรมการ/หุ้นส่วนผู้จัดการ) โดยนิติบุคคลมีหลากหลายรูปแบบ เช่น บริษัทจำกัด บริษัทจำกัดมหาชน ห้างหุ้นส่วน เป็นต้น เดี๋ยวเราจะมาดูในส่วนที่พบเห็นบ่อยเพื่อจะได้มองเห็นภาพนะครับ นั่นก็คือ "บริษัทจำกัด" และ "ห้างหุ้นส่วน"

การจัดตั้ง "บริษัทจำกัด" แตกต่างกับ "ห้างหุ้นส่วน" อย่างไร?
เราสามารถแบ่งออกเป็นประเด็นย่อยๆ ได้อีก คือ
จำนวนบุคลากรที่เริ่มก่อตั้ง ห้างหุ้นส่วนจะต้องมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมลงทุนกัน สำหรับบริษัทจำกัด ต้องมีบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปร่วมกันก่อตั้ง
ลักษณะของการลงทุน
กรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก็ได้ หากจดทะเบียนก็มีสถานภาพเป็นนิติบุคคล ซึ่งห้างหุ้นส่วนสามัญจะมีผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทเดียวคือหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด โดยจะลงหุ้นด้วย เงินสด ทรัพย์สิน หรือแรงงาน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้  แต่หากเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีหุ้นส่วน 2 ประเภท คือ หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด และหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด การลงหุ้นจะเหมือนกับหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนสามัญ ยกเว้น หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่ไม่สามารถลงหุ้นด้วย "แรงงาน"
บริษัทจำกัด จะมีการแบ่งทุนออกเป็นหุ้น ผู้ที่เป็นเจ้าของเราจะเรียกว่า ผู้ถือหุ้น ซึ่งการจ่ายชำระค่าหุ้นอาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินก็ได้

ความแตกต่างในทาง "ภาษีอากร"
อัตราภาษีของห้างหุ้นส่วนและบริษัทไม่มีความแตกต่างกัน ณ ปัจจุบันมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 20% ต่างกับบุคคลธรรมดาที่มีอัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 35% จึงเป็นเหตุผลของคนที่มีรายได้จำนวนมากต้องการดำเนินธุรกิจโดยจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมา